แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิตามินเอ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิตามินเอ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ประโยชน์ทางโภชนาการของกระเทียม Nutritional Benefits of Garlic by LASIK HEALTHY EYES

ขอบคุณภาพประกอบจาก thaimtb.com
ประโยชน์ทางโภชนาการของกระเทียม
Nutritional Benefits of Garlic.

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Allium sativum L.
วงศ์ : Alliaceae
ชื่อสามัญ : Common Garlic , Allium ,Garlic ,
ชื่ออื่น : กระเทียม (ภาคกลาง) หอมเทียม (ภาคเหนือ) หอมขาว (ภาคอีสาน) เทียม, หอมเทียม (ภาคใต้)

สารสำคัญที่ทำให้กระเทียมมีกลิ่นหอมฉุนเผ็ดร้อน คือ เอนไซม์อัลลิเนส (Allinase) ที่เปลี่ยนสารอินทรีย์กำมะถันอัลลิอิน (Alliin)ให้เป็นน้ำมันหอมระเหยอัลลิซิน (Allicin) และเมื่อนำหัวกระเทียมสดมากลั่นด้วยไอน้ำจะได้น้ำมันกระเทียม (Garlic oil)นอกจากนี้ยังประกอบด้วยสารอาหาร น้ำ กรดไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล กรดอะมิโน เหล็ก แคลเซียม วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และวิตามินซี ฯลฯ

ในกระเทียม 100 กรัม ให้พลังงาน 149 กิโลแคลอรี (kcal) และให้คุณค่าทางอาหารดังนี้
- น้ำ 58.6 กรัม
- ฟอสฟอรัส 153 มิลลิกรัม
- คาร์โบไฮเดรต 33.1 กรัม
- โพแทสเซียม  401 มิลลิกรัม
- โปรตีน 6.4 กรัม
- ซีลีเนียม 14.2 ไมโครกรัม
- ไขมัน 0.5 กรัม
- วิตามินซี 31.2 มิลลิกรัม
- แคลเซียม 181 มิลลิกรัม
- โฟเลท 3.1 ไมโครกรัม
- แมกนีเซียม 25 มิลลิกรัม
- ใยอาหาร 2.1 กรัม

นอกจากนี้ยังมีไฟโตนิวเทรียนท์หลายชนิด ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไฟโตนิวเทรียนท์ในกลุ่มออร์แกโนซัลเฟอร์ (Organosulfur) ได้แก่ สารอัลลิซิน (Allicin) ที่เป็นองค์ประกอบหลักของไฟโตนิวเทรียนท์ ที่ให้กลิ่นเฉพาะตัวของกระเทียม โดยน้ำหนักกระเทียม 1 กรัม จะพบประมาณ 4.38-4.65 มิลลิกรัม

กระเทียม (Garlic) อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินซี ธาตุซีลีเนียม ธาตุเหล็ก ธาตุสังกะสี (โดยกระเทียมถือว่าเป็นพืชที่มีธาตุซีลีเนียมมากกว่าพืชชนิดอื่นๆ) นอกจากนี้ยังมีสารอะดิโนซีน ซึ่งเป็นกรดนิวคลีอิกที่เป็นตัวสร้าง DNA และ RNA ของเซลล์ในร่างกายอีกด้วย แต่ในส่วนของด้านแร่ธาตุนั้นจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับดินที่ใช้ในการปลูกด้วย

ส่วนประกอบและสรรพคุณของกระเทียม

- กระเทียม ประกอบด้วย โปรตีน คาร์โบไฮเดรท แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ประกอบด้วยสารอินทรีย์ที่มีกำมะถันหลายชนิด เช่น อัลลิซิน 0.6-1.0% อัลลิอิน (alliin) ไดอัลลิลไดซัลไฟด์ (diallyl disulfide) เมทิลอัลลิลไตรซัลไฟด์ (methyl allyl trisulfide) คูมาริน (coumarin) เอสอัลลิลซีสเตอีน (S-allylcysteine) เป็นต้น

- กระเทียม มีน้ำมันหอมระเหย มีสารประกอบมากกว่า 200 ชนิด
กระเทียมมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย โดยเฉพาะจุลินทรีย์ก่อโรค (pathogen) ได้แก่ Salmonella typhymurium,Bacillus subtilis Escherichia coli, Staphylococcus aureus, Bacillus cereus, เชื้อรา ได้แก่ Aspergillus ยีสต์ Candida albicans และและปรสิต (parasite) ใช้เป็นสารกันเสีย (preservative) ในอาหาร

- กระเทียม สามารถลดความดันโลหิตสูง ลดไขมันและคอเลสเตอรอล ป้องกันผนังหลอดเลือดหนาและแข็งตัว ลดน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ ยังเป็นยาขับเสมหะ รักษาไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ และยังมีฤทธิ์ขับเหงื่อ และขับปัสสาวะ

- กระเทียมมีธาตุเจอร์เมเนียมค่อนข้างสูง ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันการเกิดมะเร็ง โรคหืด โรคไต โรคตับอ่อนและอาการท้องผูก

- กระเทียมมีสารชักนำวิตามินบี 1 (Vitamin B1) เข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้นเท่าตัว โดยรวมเป็นสารอัลลิลไทอะมิน ทำให้vitamin B1ออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น

- กระเทียมอุดมไปด้วยสารอาหารเช่นซีลีเนียม, Quercetin และวิตามินซี ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยรักษาโรคติดเชื้อที่ตาและอาการบวม

ข้อควรระวัง

กระเทียม นั้นสำหรับผู้ที่ต้องทำงานอยู่ในครัวหรือสัมผัสกับกระเทียมบ่อยๆ เป็นระยะเวลานาน ผิวหนังอาจจะเกิดการอักเสบ มีตุ่มน้ำ หรือคนที่ได้รับกลิ่นกระเทียมบ่อยๆก็สามารถเกิดอาการแพ้กระเทียมเมื่อรับ ประทานได้ โดยอาจมีการ คลื่นไส้ หัวใจเต้นแรงผิดปกติ แต่อาการดังกล่าวก็จะค่อยๆหายไปเองภายใน 3-4 ชั่วโมง โดยกระเทียมที่ปรุงในอาหารนั้นมักจะก่อให้เกิดอาการแพ้ได้น้อยกว่ากระเทียมสด

สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตเป็นปกติ ผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดปกติ หรือผู้ที่มีอาการเลือกหยุดไหลช้า สตรีมีครรภ์ หรือเลี้ยงลูกด้วยนม หรือผู้ที่ใช้ยาอื่นๆเป็นประจำ เช่น ยาแอสไพริน ยา ปฏิชีวนะ ยาต้านไวรัส ยาแก้อักเสบ ไม่ควรรับประทานกระเทียมหรือผลิตภัณฑ์กระเทียมเสริมในปริมาณมากเกินไป เพราะอาจจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี

***ในแต่ละวันควรบริโภคอาหารให้ครบ 5 หมู่ และทานอาหารให้หลากหลาย ไม่รับประทานอาหารซ้ำๆกันทุกวัน เพื่อประโยชน์ต่อร่างกายและมีสุขภาพที่ดี***

ข้อมูลเพิ่มเติม :-

Garlic

For a small vegetable, garlic (Allium sativum) sure has a big, and well deserved, reputation. This member of the Lily family, a cousin to onions, leeks and chives, can transform any meal into a bold, aromatic and healthy culinary experience.

Garlic is arranged in a head, called the "bulb," which is made up of separate cloves. Both the cloves and the entire bulb are encased in paper-like sheathes that can be white, off-white or pinkish.

Garlic cloves are off-white in color, and although they have a firm texture, they can be easily cut or crushed. The taste of garlic is like no other; it hits the palate with a hot pungency that is shadowed by a very subtle background sweetness.

Eye care: Garlic is rich in nutrients like Selenium, Quercetin and Vitamin C that helps treat eye infections and swellings.

More on This Wonderful Herb

The health benefits of garlic were realized centuries ago by mankind. Garlic is very effective when eaten raw-(crushed or chopped). Just one clove per day may bring vast improvement in your over al health. 2 to 3 cloves could prevent an attack of common cold. Garlic used in cooking should be added last for more benefit. But, taking too much garlic is also not very god as it may cause irritation in the digestive system. Garlic should be added as a part of healthy normal diet, it need not be used as an alternative. The only drawback being its pungent smell and taste that leaves a bad breadth, garlic is a medicinal boon for mankind.
Thanks English Info From : Garlic Health Benefits : NaturalFoodBenefits
http://goo.gl/XRnPHo

ข้อมูลเพิ่มเติม :-

Health Benefits of Garlic

Garlic has a pungent smell, and is good in certain dishes, but is there more too it? Why is garlic so often considered a great, healthy herb? Well, for one, it has the vital chemical compound allicin, which is a wonderful therapeutic ingredient with many medicinal qualities. The allicin compound contains sulfur, which gives the garlic its pungent savor and peculiar smell. The health benefits of garlic are innumerable. It helps fight heart ailments, fight cold, cough, and lowers blood pressure.

Garlic is the oldest known medicinal plant variety or spice in existence. Mankind recognized the curative qualities of this magic herb over 3,000 years ago. Sir Louis Pasteur, the scientist who discovered penicillin, effectively utilized the anti-bacterial qualities of garlic all the way back in 1858.

World War I medical surgeons used the health benefits of garlic juice as an antiseptic for treating war wounds. Garlic contains useful minerals such as phosphorous, calcium and iron, as well as trace minerals like iodine, sulfur and chlorine, which are also present in the cloves. In terms of organic compounds, garlic is one of the rare sources of allicin, allisatin 1, and 2.

Eye Care: 

Garlic is rich in nutrients like Selenium, Quercetin and Vitamin C, all of which help treat eye infections and swelling.
Thanks English Info From : Organic Facts
http://goo.gl/01o1YZ

ข้อมูลอ้างอิง

“กระเทียม” สมุนไพรมหัศจรรย์!! | Thaihealth.or.th
http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/healthtips/9547
กระเทียม - nutrilite
http://www.nutrilite.co.th/nutrilite/healthinfo/heart04.html
สรรพคุณของกระเทียม ประโยชน์ 47 ประการ : บ้านอะลาง
http://alangcity.blogspot.com/2013/05/47.html
Health Benefits of Garlic : Organic Fact
http://www.organicfacts.net/health-benefits/herbs-and-spices/health-benefits-of-garlic.html
Garlic Health Benefits : NaturalFoodBenefits
http://www.naturalfoodbenefits.com/display.asp?CAT=2&ID=45
กระเทียม - The-Than.com
http://www.the-than.com/samonpai/sa_12.html
Garlic / กระเทียม - Food Wiki | Food Network Solution
http://goo.gl/h3yCM3

"HkVogue Thailand" http://buff.ly/1GR2YNk
Contact : Willy Tel. 093 649 2288
email : hkvoguethailand@gmail.com

วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ประโยชน์ด้านสุขภาพของเมล็ดทานตะวัน Health Benefits of sunflower seeds by LASIK HEALTHY EYES

ขอบคุณภาพประกอบจาก care2.com
ประโยชน์ด้านสุขภาพของเมล็ดทานตะวัน
Health Benefits of sunflower seeds. 

ทานตะวันแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ตามลักษณะการใช้ประโยชน์ คือ

1.ประเภทนำเมล็ดมาประกอบอาหาร ในรูปของน้ำมันและแป้ง ทานตะวันประเภทนี้จะมีลักษณะเด่น คือ ลำต้นโตเดี่ยว และให้ดอกได้เพียงดอกเดียว ต่อ 1 ต้น ดอกมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ครึ่งฟุตหรือมากกว่านี้เล็กน้อย ลำต้นสูงประมาณ 2-3 เมตร ขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์

2.ประเภทใช้เป็นไม้ประดับ ทานตะวันประเภทนี้มีลำต้นเล็ก และมีแขนงแยกออกมาจากลำต้นใหญ่มีดอกเล็กๆ จำนวนมาก จึงทำให้เมล็ดทานตะวันประเภทนี้มีขนาดเล็ก

เมล็ดทานตะวัน  (Sunflower seeds) อุดมไปด้วยวิตามินอี และมีคุณประโยชน์มากมายในการช่วยป้องกันสายตา  โรคตา เช่น โรคต้อกระจก วิตามินอีเป็นที่รู้จักกันว่า เป็นสารต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ให้ผลในการป้องกันการทำลายของเซลล์ และยังช่วยในการปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ ที่อวัยวะต่างๆ เช่น เซลล์ของตา ตับ เพื่อให้ประสิทธิภาพการทำงานและอายุการใช้งานของอวัยวะเหล่านี้นานขึ้น

เมล็ดดอกทานตะวัน รับประทานวันละ 40-60 กรัม จะช่วยให้มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ในปริมาณที่มากพอ เมล็ดดอกทานตะวันในปริมาณ 28 กรัม (2 ช้อนโต๊ะ) ให้พลังงาน 163 แคลอรี กรดไลโนเลอิค 8 กรัม กรดไขมันชนิดอิ่มตัว 1 กรัม เส้นใย 6 กรัม วิตามินบี 1 0.4 มิลลิกรัม และวิตามินอี 11 มิลลิกรัม

เมล็ดทานตะวัน จัดเป็นอาหารสุขภาพชั้นดี มีวิตามินอี และกรดไขมันไลโนเลอิค 

ซึ่งมีประโยชน์มากในการป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคมะเร็ง มีวิตามินอีช่วยป้องกันหัวใจวาย วิตามินอียังเป็นแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยป้อง กันมะเร็ง และโรคต้อกระจก

วิตามินอี มีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรคตา โดยเฉพาะในทารกคลอดก่อนกำหนด จากการวิจัยพบว่า การขาดวิตามินอีทำให้จอรับภาพของดวงตาเสื่อมได้

กรดไลโนเลอิค หรือ วิตามินเอฟ (กรดไขมันไม่อิ่มตัว) ช่วยลดระดับทั้งคอเลสเตอรอลรวม และคอเลสเตอรอลร้าย (LDL) อันเป็นสาเหตุของหลอดเลือดหัวใจตีบ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการแข็งตัวของเกล็ดเลือดอีกด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม :-

Sunflower seeds

Nutrients in Sunflower Seeds 0.25 cup (35.00 grams)
- vitamin E 61.5%
- vitamin B 134.6%
- manganese 34%
- copper 31.5%
- tryptophan 31.2%
- magnesium 28.4%
- selenium 26.5%
- vitamin B6 23.5%
- phosphorus 23.1%
- folate 19.8%
- Calories (204) 11%

Health Benefits

Looking for a health-promoting snack? A handful of sunflower seeds will take care of your hunger, while also enhancing your health by supplying significant amounts of vitamin E, magnesium and selenium.
Thanks English Info From : Sunflower seeds - The World's Healthiest Foods
http://goo.gl/yaCR0n

ข้อมูลเพิ่มเติม :-

Mineral Content
Raw sunflower seeds come packed with essential minerals, and serve as especially rich sources of copper, magnesium and manganese. All three minerals support your metabolism, helping you produce energy to fuel your active lifestyle. Magnesium also supports cell communication, copper nourishes your nervous system and manganese aids in bone development. All adults need 900 micrograms of copper each day, and women need 320 milligrams of magnesium and 1.8 milligrams of manganese, while men need 420 and 2.3 milligrams of magnesium and manganese, respectively. An ounce of raw sunflower seeds contributes 504 micrograms of copper, 91 milligrams of magnesium and 0.54 milligram of manganese toward your daily needs.

Vitamin Content
Add raw sunflower seeds to your diet as a source of water-soluble B-complex vitamins, as well as vitamin E. The B vitamins work together to keep your metabolism healthy, and they also support other essential processes, including nervous system function and red blood vessel development. Raw sunflower seeds provide vitamins B-1, B-3 and B-9. Each ounce of raw seeds also contains 9.9 milligrams of vitamin E, or 66 percent of your recommended daily intake. Vitamin E offers antioxidant protection, which keeps your tissues free of damage, and also promotes healthy cell communication.
Thanks English Info From : The Nutritional Value of Raw Sunflower Seeds : livestrong
http://goo.gl/YcR6n4

ข้อมูลอ้างอิง

"เมล็ดทานตะวัน"อาหารชั้นดี : สสส.
http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/article/13268
อาหารบํารุงสายตา : Minebeauty คลับสำหรับผู้หญิง
http://goo.gl/2JdCTj
Sunflower seeds - The World's Healthiest Foods
http://www.whfoods.com/genpage.php?tname=foodspice&dbid=57
ทานตะวัน สีแดง (ดอกสีแดง)
http://www.mixedfarming.net/index.php?mo=3&art=42068508
โภชนาการรักษาโรค เมล็ดทานตะวัน
http://bewty-drink.blogspot.com/2012/05/blog-post_9983.html
Health Benefits Sunflower Seeds Nutrition Facts and Culinary Uses : Hubpages
http://janderson99.hubpages.com/hub/Health-Benefits-Sunflower-Seeds-Nutrition-Facts-and-Culinary-Uses
Earl Mindell's Vitamin Bible

"HkVogue Thailand" http://buff.ly/1GR2YNk
Contact : Willy Tel. 093 649 2288
email : hkvoguethailand@gmail.com

ประโยชน์ของแตงโมช่วยบำรุงสายตา The benefits of watermelon nourish the eyes by LASIK HEALTHY EYES

ขอบคุณภาพประกอบจาก wall.alphacoders.com
ประโยชน์ของแตงโมช่วยบำรุงสายตา
The benefits of watermelon nourish the eyes .

แตงโม ภาษาอังกฤษ : Watermelon ส่วน แตงโมชื่อวิทยาศาสตร์ : Citrullus lanatus (Thunb.) Matsum. & Nakai สำหรับชื่ออื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเรียกว่า “บักโม” ส่วนภาคเหนือจะเรียกว่า “บะเต้า” แต่ถ้าเป็นคนจังหวัดตรังแล้วจะเรียกกันว่า “แตงจีน” เป็นต้น

แตงโมนั้นมีต้นกำเนิดในแถบทวีปแอฟริกาในทะเลทรายคาลาฮารี ซึ่งชาติที่แรกที่ปลูกแตงโมไว้รับประทานนั้นก็คือชาวอียิปต์ (สี่พันกว่าปีมาแล้ว) สำหรับประเทศไทยนั้นการปลูกแตงโมจะมีอยู่ทั่วทุกภาคและปลูกได้ทุกฤดู

แตงโม จัดเป็นพืชในตระกูลเดียวกันกับ แคนตาลูป ฟักทอง แตงกวา ซึ่งนักพฤกษศาสตร์จัดให้อยู่ในวงศ์แตง (Family Cucurbitaceae) เป็นผลไม้ที่มีน้ำประกอบอยู่ในปริมาณมากจึงมีคุณสมบัติเย็น รับประทานแล้วหวานชื่นใจ

สำหรับประโยชน์ของแตงโมเช่น ช่วยลดอาการไข้ คอแห้ง รักษาแผลในปาก เป็นต้น และยังเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพอีกด้วยเพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด อย่างเช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบีรวม แคลเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส เป็นต้น

แตงโม มีสารอีกชนิดหนึ่งที่สำคัญอย่างมากนั่นก็คือ Citrulline (ซิทรูไลน์) ซึ่งจะพบสารนี้ในเปลือกมากกว่าส่วนของเนื้อ ดังนั้นการรับประทานแตงโมที่มีส่วนเปลือกขาวๆติดมาด้วยก็จะเป็นประโยชน์ที่ดีมากกว่าที่จะกินแต่เนื้อสดๆ

สำหรับประโยชน์ของสารนี้ก็คือ จะช่วยขยายเส้นเลือด ดีต่อระบบภูมิคุ้มกันและยังเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวานและโรคอ้วนอีกด้วย เพราะมีแคลอรีต่ำมาก

ข้อควรระวัง

อย่างไรก็ตามก่อนที่เราจะผ่าแตงโมรับประทานควรจะล้างเปลือกให้สะอาดเสียก่อนเพื่อป้องกันสารพิษตกค้างซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ เพราะแตงโมเป็นพืชที่ถูกรบกวนได้ง่ายจากแมลงศัตรูพืชต่างๆ ชาวสวนจึงนิยมที่จะฉีดยาฆ่าแมลงเป็นปกติ

แต่สำหรับผู้ที่มีกระเพาะ ม้ามไม่แข็งแรง กระเพาะลำไส้อักเสบ หญิงหลังคลอด หลังป่วยหนัก หรือผู้ที่มีอาการปัสสาวะมากและบ่อย มีอาการท้องร่วงง่าย ไม่ควรรับประทานแตงโม

คุณค่าทางโภชนาการของผลแตงโมดิบ (ส่วนที่กินได้) ต่อ 100 กรัม

- พลังงาน 30 kcal 130 kJ
- คาร์โบไฮเดรต 7.55 กรัม
- น้ำตาล 6.2 กรัม
- เส้นใย 0.4 กรัม
- ไขมัน 0.15 กรัม
- โปรตีน 0.16 กรัม
- วิตามินเอ 28 ไมโครกรัม 3%
- วิตามินบี1 0.033 มิลลิกรัม 3%
- วิตามินบี2 0.021 มิลลิกรัม 1%
- วิตามินบี3 0.178 มิลลิกรัม 1%
- วิตามินบี5 0.221 มิลลิกรัม 4%
- วิตามินบี6 0.045 มิลลิกรัม 3%
- กรดโฟลิก 3 ไมโครกรัม 1%
- วิตามินซี 8.1 มิลลิกรัม 14%
- ธาตุแคลเซียม 7 มิลลิกรัม 1%
- ธาตุเหล็ก 0.24 มิลลิกรัม 2%
- ธาตุแมกนีเซียม 10 มิลลิกรัม 3%
- ธาตุฟอสฟอรัส 11 มิลลิกรัม 2%
- ธาตุโพแทสเซียม 112 มิลลิกรัม 2%
- ธาตุสังกะสี 0.10 มิลลิกรัม 1%
% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

ประโยชน์ของแตงโม

- มีวิตามินเอ ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงสายตา แก้ตาฟาง หน้าที่ของวิตามินเอคือช่วยในการสร้างสารที่ใช้ในการมองเห็น หากขาดจะทำให้มองเห็นได้ยากในเวลากลางคืนหรือในที่แสงสว่างน้อย และทำให้เยื่อบุตาแห้ง กระจกตาเป็นแผล ในกรณีที่ร่างกายขาดวิตามินเออย่างรุนแรงอาจทำให้ตาบอดได้

- วิตามินเอในผลแตงโม มีส่วนช่วยล้างพิษจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไปได้ด้วย ใช้รับประทานเป็นผลไม้สด ทำเป็นน้ำผลไม้ดื่มคลายร้อน ลดความร้อนในร่างกาย เป็นผลไม้ที่เหมาะกับผู้ต้องการลดความอ้วนหรือควบคุมน้ำหนักอย่างมาก เพราะมีแคลอรี่ต่ำ ประโยชน์แตงโมช่วยในการควบคุมน้ำหนักไม่ให้น้ำหนักเกิน ป้องกันการสะสมของไขมันที่เป็นอันตรายกับร่างกาย ลดปริมาณไขมันที่จับอยู่ภายในเลือด

- แตงโมยังมีสรรพคุณที่สามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อ เพราะจากการดื่มน้ำแตงโมจะช่วยเพิ่มเบต้าแคโรทีน ซึ่งร่างกายสามารถใช้ในการสร้างวิตามินเอ และการมีวิตามินเอมากๆ ก็จะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ แตงโมยังเป็นผลไม้ที่มี citrulline อยู่มาก สารตัวนี้จะไปช่วยในการรักษาแผลให้หายเร็วขึ้น ในการรับประทานแตงโม ควรทานเนื้อของแตงโมด้วย โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นเนื้อสีขาวที่อยู่ลึกลงไป แม้รสชาติจะไม่ค่อยหวานแต่มีประโยชน์มากมาย

- แตงโมช่วยลดความอ้วนได้ จากงานวิจัยต่างๆที่ตีพิมพ์ใน วารสารโภชนาการ ของต่างประเทศ “Journal of Nutrition” ได้ให้ข้อมูลว่า กรดอะมิโนในแตงโม ที่มีชื่อว่า “อาร์จินิน (Arginine)” มีอยู่มากมายในเนื้อแตงโม เป็นสารที่ช่วยในการเผาพลาญแคลอรี่ได้  โดยนักวิจัยได้ให้อาหารเสริม Arginine แก่หนูที่มีน้ำหนักเกินเป็นเวลาติดต่อกันกว่าสามเดือน และพบว่ามันช่วยลดปริมาณไขมันในร่างกาย ลูงได้ถึง 64 % ไม่เพียงแค่นั้น ยังช่วยให้เราอิ่มได้ไวขึ้นอีกด้วย

- ทานแตงโมแล้วคลายเครียด แตงโมสามารถช่วยลดความตึงเครียดได้อีกด้วย เพราะโพแทสเซียมในแตงโม จะช่วยควบคุมความดันโลหิต ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ดีเย็นชื่นใจ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย

- แตงโมช่วยทำให้ผิวพรรณดี ให้เราเฉือนแตงโมให้เป็นชิ้นบางๆ พยายามใช้เนื้อที่อยู่วงในสุด (ถ้าใช้เนื้อแตงโมที่อยู่ใกล้เปลือกจะมีความเข้มข้นของกรด) พอได้สักประมาณ 10-15 ชิ้นแล้ว ให้เรานำมาวางที่ผ้าขาวบาง แล้วนำมาปิดลงที่ใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

TIP

วิธีการเลือกซื้อแตงโม

- ควรเลือกแตงโมที่ลักษณะ เปลือกผิวเรียบ ไม่เป็นรอยบุบ หรือช้ำ
- ลองดีดแตงโมจะได้ยินเสียงที่แน่น แปลว่าเนื้อในกรอบ
- สังเกตุที่ขั้วแตงโมจะไม่แห้งมากสีคล้ายคลึงกับผิวแตงโม
- ถ้าเขาผ่าแตงโมให้ดู ควรเลือกที่มีสีแดงเป็นธรรมชาติไม่สดมาก เพราะถ้าสีแดงสดมากใช้สารเร่งสีเยอะ

ข้อมูลเพิ่มเติม :-

Antioxidant carotenoids found in watermelon include significant amounts of beta-carotene. Like lycopene, the beta-carotene in watermelon also increases with ripening.

Red-pink fleshed watermelons typically contain far more lycopene and beta-carotene than yellow-white fleshed varieties. For example, one study we've seen showed red watermelon to contain over 600 micrograms of beta-carotene per 3.5 ounces of melon and over 6,500 micrograms of lycopene. By comparison, yellow-fleshed varieties were found to contain only 5-10 micrograms of beta-carotene and no measurable amount of lycopene. In red/pink-fleshed watermelons as a group, we've seen lycopene amounts that vary widely in a range of approximately 2,000–6,700 micrograms per 3.5 ounces of fresh melon. Beta-carotene in these red/pink-fleshed varieties also varies widely, in a range of approximately 5–325 micrograms. Because watermelon contains so many different phytonutrients—as well as key vitamins and minerals, as well as dietary fiber—your health is going to be improved by any watermelon variety that you choose. However, if you specifically want to maximize your lycopene and beta-carotene intake, you'll most likely want to stick with red/pink-fleshed varieties of watermelon.
Thanks English Info From : Watermelon - The World's Healthiest Foods
http://goo.gl/6SdrUQ

ข้อมูลเพิ่มเติม :-

Citrulline
Citrulline is an amino acid, and within the body it changes over to arginine. A study reported in the Journal of Nutrition for the American Society for Nutritional Sciences states that arginine actually reverses the negative action of the cells (such as developing atherosclerosis) that is brought on by heart disease risk factors such as smoking, obesity, aging and high blood pressure.

Vitamins A and C
Watermelon is also an excellent source of vitamins A (beta-carotene) and C, both antioxidant vitamins. The National Cancer Institute reports that these antioxidants have been found in some studies to prevent cellular damage that can lead to cancer, but that more human studies must be done to confirm this. The institute does, however, recommend eating a diet rich with fruits that contain antioxidants, which would obviously include.
Thanks English Information From : livestrong
http://goo.gl/MgTnkv

ข้อมูลอ้างอิง

วิตามินเอ : จากวิกิพีเดีย
http://goo.gl/j71VfW
แตงโม ผลไม้มีประโยชน์มากกว่าที่เราคิด | สุขภาพไทย.com
http://goo.gl/ldKSAe
กรีนเนอรัลด์ เฮลท์
http://goo.gl/uww5Ij
Watermelon - The World's Healthiest Foods
http://www.whfoods.com/genpage.php?tname=foodspice&dbid=31#healthbenefits
livestrong
http://www.livestrong.com/article/17784-nutritional-value-watermelon/

"HkVogue Thailand" http://buff.ly/1GR2YNk
Contact : Willy Tel. 093 649 2288
email : hkvoguethailand@gmail.com

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ประโยชน์ของผักกาดขาวปลี Health Benefits of Chinese Cabbage by LASIK HEALTHY EYES

ขอบคุณภาพประกอบจาก parkseed.com
ประโยชน์ของผักกาดขาวปลี
Health Benefits of Chinese Cabbage

ชื่อวิทยาศาสตร์ Brassica pekinensis
ชื่อสามัญ Chinese Cabbage
วงศ์ Cruciferae
ชื่ออื่นๆ ผักกาดขาวปลี แปะฉ่าย แปะฉ่ายลุ้ย

คุณค่าทางอาหาร

ผักกาดขาวมีสารอาหารต่าง ๆ ค่อนข้างครบ เช่น โปรตีน ไขมัน น้ำตาล ที่สำคัญคือ ผักกาดขาวมีแคลเซี่ยมและวิตามินซีในปริมาณสูง ซึ่งแคลเซี่ยมนอกจากจะมีหน้าที่เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรงแล้ว ยังทำให้กล้ามเนื้อทำงานเป็นปกติ ปัจจุบันยังพบว่า แคลเซี่ยมมีบทบาทในการลดความดันโลหิตสูง และป้องกันมะเร็งในลำไส้อีกด้วย ส่วนวิตามินซีจะมีบทบาทในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เสริมสร้างความแข็งแรงของผนังหลอดเลือด ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน ป้องกันมะเร็ง และกำจัดสารพิษและโลหะหนักให้แก่ร่างกาย

สารสำคัญที่พบ

ในหัวผักกาดขาวสดส่วนที่ใช้เป็นอาหารได้ 100 กรัม
- มีน้ำ 91.7 กรัม
- โปรตีน 0.6 กรัม
- คาร์โบไฮเดรต 5.7 กรัม
- ความร้อน 250,000 แคลอรี่
- เส้นใยหยาบ 0.8 กรัม
- ash (เถ้า) 0.8 กรัม
- คาโรทีน (Carotene) 0.02 มก.
- วิตามินบีหนึ่ง 0.02 มก.
- วิตามินบีสอง 0.04 มก.
- กรดนิโคตินิค (Nicotinic acid) 0.5 มก.
- วิตามินซี 30 มก.
- แคลเซียม 49 มก.
- ฟอสฟอรัส 34 มก.
- ธาตุเหล็ก 0.5 มก.
- โปแตสเซียม 196 มก.
- ซิลิกอน 0.024 มก.
- แมงกานีส 1.26 มก.
- สังกะสี 3.21 มก.
- โมลิบดีนัม 0.125 มก.
- โบรอน 2.07 มก.
- ทองแดง 0.21 มก. นอกจากนี้ยังมี
- กลูโคส (Glucose)
- ซูโครส (Sucross)
- Fructose Coumaric acid,Ferulic acid, Gentisic acid, Phenylpyruvic acid และกรดอะมิโนหลายชนิด

เมล็ด มีไขมัน เช่น Erucic acid, Linolenic acid และ Glycerol sinapate เป็นต้น น้ำมันหอมระเหยที่สำคัญคือ Methyl mercaptan นอกจากนี้ยังมีสารที่ยับยั้งแบคทีเรีย คือ Raphanin

ประโยชน์

ผักกาดขาวยังเป็นผักที่ให้เส้นใย (dietary fiber) สูงมากชนิดหนึ่ง

ก่อนอื่นเรามารู้จักเส้นใยอาหารกันเสียก่อน เส้นใยอาหารเป็นสารที่ไม่ละลายน้ำ แต่จะพองตัวเมื่อมีน้ำ มีความสามารถในการอุ้มน้ำ เพิ่มความหนืด ไม่ถูกย่อย ดูดซับและแลกเปลี่ยนประจุได้จึงป้องกันการเกิดปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น จะกำจัดอนุมูลอิสระ 

การอุ้มน้ำได้ดีของเส้นใย จึงเพิ่มปริมาตรกากอาหาร กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ทำให้กากอาหารอ่อนนุ่ม ถ่ายสะดวก ตำรายาจีนที่แก้ท้องผูกจะเอาผักกาดขาวล้างน้ำให้สะอาดหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วผัดกับน้ำมันเกือบสุก จึงเติมซีอิ๊ว น้ำตาลทรายขาว น้ำส้ม น้ำและแป้งสาลีคั่วต่อไปจนสุกดี รับประทานแก้ท้องผูก แต่ถ้าเป็นตำรับแก้ท้องผูกไทย ๆ ก็รับประทานแกงส้มผักกาดขาว ได้เส้นใยจากผักกาดขาว และได้น้ำมะขามจากแกงส้มช่วยในการระบาย

การที่เส้นใยสามารถกำจัดอนุมูลอิสระ และช่วยดึงเอาสารพิษที่อาจปนเปื้อนเข้าไปกับอาหาร ร่วมกับการที่เส้นใยสามารถลดความหมักหมมของกากอาหารในลำไส้ จึงทำให้เส้นใยลดอุบัติการณ์การเป็นมะเร็งในลำไส้ สรรพคุณในการป้องกันมะเร็งในลำไส้

แม้ยังไม่ทราบขนาดที่แน่นอน แต่สหรัฐอเมริกาได้กำหนดให้ชายวัยสูงอายุบริโภคเส้นใยอาหาร 18 กรัมต่อวัน ในวันหนุ่มสาวต้องเพิ่มเป็น 20-25 กรัมต่อวัน การรับประทานเส้นใยอาหารมากกว่านี้ไม่ได้ช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง แต่จะช่วยในแง่สุขภาพด้านอื่น เช่น ช่วยลดอาการท้องผูก เป็นต้น ดังนั้นการรับประทานผักกาดขาวเป็นประจำจะช่วยในการขับถ่าย และป้องกันมะเร็งในลำไส้ได้เป็นอย่างดี

ผักกาดขาวเป็นผักสามัญ ที่มีคุณค่าทางอาหารมากมาย เช่น ผักกาดขาวอุดมไปด้วย โฟเลต ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ในระยะ 3 เดือนแรก ถ้าแม่ได้รับโฟเลตน้อยเกินไป การสร้างระบบประสาทและ DNA ของทารกอาจผิดปรกติได้ นอกจากนี้โฟเลตยังช่วยทำให้เม็ดเลือดแดงแข็งแรงอีกด้วย ผักกาดขาวมีสรรพคุณหลายด้านทั้งช่วยย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ แก้ไอ ขับเสมหะ แก้พิษสุรา ส่วนเส้นใยอาหารที่มีอยู่มากในผักกาดขาวยังช่วยให้ผู้ที่ท้องผูกบ่อยๆผ่อนหนักเป็นเบาได้

หัวผักกาดขาว: มีรสเผ็ดหวาน คุณสมบัติเย็น (เป็นหยิน) ช่วยย่อย แก้ไอมีเสมหะ ไม่มีเสียง อาเจียนเป็นโลหิต ท้องเสีย
เมล็ด: มีรสเผ็ดหวาน คุณสมบัติเป็นกลาง แก้ไอมีเสมหะ และหืด ช่วยให้ย่อย ท้องเสีย
ใบ: มีรสเผ็ดขม คุณสมบัติเป็นกลาง ช่วยย่อย เจ็บคอ ท้องเสีย ขับน้ำนม

ข้อควรระวัง

ผู้ที่มีอาการม้ามพร่อง คือ มีอาการท้องอืด แน่น เป็นประจำ กินอาหารแล้วไม่ค่อยย่อย มีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก ไม่ควรกิน แต่ถ้ามีอาการท้องอืด แน่น ชั่วคราวเนื่องจากกินอาหารที่ย่อยยาก หรือกินมากเกินไป

หัวผักกาดขาวมี Mustard oil ซึ่งมีรสเผ็ด เมื่อสารนี้รวมกับเอนไซม์ในหัวผักกาดขาว มีฤทธิ์กระตุ้นให้กระเพาะอาหารและลำไส้เคลื่อนไหว ทำให้กินอาหารได้มากขึ้น และยังช่วยย่อยอาหารอีกด้วย ดังนั้นหลังกินอาหารจำพวกเนื้อหรือของมันๆ ควรกินหัวผักกาดขาวสักเล็กน้อย

เนื่องจาก Amylase ในหัวผักกาดขาวไม่ทนต่อความร้อน จะถูกทำลาย ณ อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส นอกจากนี้วิตามินซีก็ไม่ทนต่อความร้อนสูง ดังนั้นจึงควรกินหัวผักกาดขาวดิบๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม :-

Chinese cabbage is an excellent source of vitamin C It is also a good source of Vitamin A. It helps in the improvement of vision and proper growth of teeth. It has a very low calorie content. Chinese cabbage also contains many minerals and it is rich in calcium and potassium. It is a good source of sulfur and as we know Sulfur is one of the elements that increase body heat, so people with cold feet might want to include cabbage in their diet. It is a good source of beta-carotene which is known for its antioxidant properties and helps reduce the risks of many cancer. It helps in regulating blood pressure level.
Thanks English Info From : Chinese Cabbage Benefits
http://www.saviodsilva.net/chinese-cabbage-benefits.htm

ข้อมูลเพิ่มเติม :-

Composition of Chinese cabbage

In 100 g Chinese cabbage are contained 1.5 g protein, 13 calories, 1 g fiber, 0.2 g fat and 2.2 g of carbohydrates.

Chinese cabbage is rich in vitamin A, B and C and the minerals calcium, potassium, iron, phosphorous and magnesium. It contains beta-carotene and vitamin K<
Benefits of Chinese cabbage

Chinese cabbage is a diet vegetable and is very useful in cardiovascular disease. It removes fever and inflammation, infections and sore throats. Regular consumption helps to improve digestion and urination.

It is believed that Chinese cabbage activates the brain and strengthens the kidneys. Helps with coughs and infections of the eyes, and regular consumption of cabbage prevents cancer.

Chinese cabbage can be used for stomach ulcers, vitamin deficiency, anemia and increase immunity. Chinese doctors believe that it purifies the blood and helps n an active and fulfilling lifestyle.

Chinese cabbage is great, especially healthy addition to any diet. It contains very few calories - only 9 in a bowl.

Dangers of Chinese cabbage

Chinese cabbage contains glucosinolates. In small amounts, they are useful, but in large doses- toxic. Milder symptoms of consumption of cabbage may include nausea and dizziness, digestive problems in people who have a weak stomach. Sometimes the side effects of consuming cabbage with improper preparation are unpleasant.
Thanks English Info From : Chinese Cabbage : cook13.com
http://cook13.com/n7-31900-Chinese_Cabbage

ข้อมูลอ้างอิง

ผักกาดขาว - The-Than.com
http://www.the-than.com/samonpai/P/41.html
http://www.the-than.com/samonpai/P/41.html
Chinese Cabbage : cook13.com
http://cook13.com/n7-31900-Chinese_Cabbage
Chinese Cabbage Benefits
http://www.saviodsilva.net/chinese-cabbage-benefits.htm
Dr. Decuypere's Nutrient Charts : Vegetables Chart
http://www.health-alternatives.com/vegetables-nutrition-chart.html
Sight-savers - We list the foods that can keep your eyes healthy : DailyMail
http://www.dailymail.co.uk/health/article-1167487/Sight-savers--We-list-foods-eyes-healthy.html

"HkVogue Thailand" http://buff.ly/1GR2YNk
Contact : Willy Tel. 093 649 2288
email : hkvoguethailand@gmail.com

วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข้อดีของผลไม้ตะกูลส้ม Good benefits of Citrus

ข้อดีของผลไม้ตะกูลส้ม Good benefits of Citrus

    "ผลไม้ตระกูลส้ม" (Citrus) นอกจากส้มชนิดต่างๆแล้ว ยังหมายถึงผลไม้อื่นๆ อีกหลายชนิด เช่น มะนาว เลมอน มะกรูด ส้มโอ เกรปฟรุต ฯลฯ ซึ่งมีประโยชน์มากมายที่เราอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

ดูแลสายตา

     ผลไม้ตระกูลส้ม อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะช่วยปกป้องแก้วตาจากโรคต้อกระจก และการศึกษายังพบว่าการบริโภควิตามินอีและวิตามินซีในปริมาณมาก จะช่วยป้องกันโรคต้อกระจกได้ แม้แต่ในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคนี้สูง

บำรุงผิว

     ส้มเป็นผลไม้นางเอก เพราะพืชผลในครอบครัวส้มจะมีสารไฟโตนิวเทรียนต์มากมาย ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงสารกลุ่มฟลาวาโนนส์ สารแอนโธไชยานินส์ สารโพลีฟีนอลส์ และวิตามินซี ที่ช่วยทำให้ผิวสวยกระจ่างใสค่ะ

เสริมสร้างกระดูก

     เชื่อหรือไม่ว่าน้ำส้มสามารถให้แคลเซียม และวิตามินดีแก่ร่างกายได้ดีพอๆ กับนม และแคลเซียมจะไปเสริมสร้างกระดูก แต่ถ้าไม่มีวิตามินดี ร่างกายจะไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมจากอาหารได้ นอกจากนี้ น้ำส้มยังมีวิตามินซี ซึ่งจะช่วยเพิ่มกระบวนการดังกล่าวอีกด้วย แต่จำไว้ว่า กรดอะซีติกในผลไม้จำพวกนี้อาจทำลายสารเคลือบฟันได้ จึงไม่ควรแปรงฟันภายในหนึ่งชั่วโมงหลังจากดื่มน้ำผลไม้

ปกป้องหัวใจ

     เปลือกของผลไม้ตระกูลส้มมีสารมหัศจรรย์อยู่มากมาย และหนึ่งในนั้นคือการ Polymethoxylated Flavones (PMFs) และสาร D-Limonene ซึ่งจะช่วยลดคอเลสเตอรอล ปรับระดับน้ำตาลในเลือด และกระตุ้นการกรองสารพิษของตับ นอกจากนี้ การศึกษายังชี้ว่า เม็ดสีในส้มเขียวหวานจะช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) โดยไม่ส่งผลต่อคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ความจริงแล้วเปลือกส้มอาจลดคอเลสเตอรอลได้ดีกว่ายาปฏิชีวนะบางตัว ที่ขายกันตามท้องตลาดเสียอีก

ขับง่ายถ่ายคล่อง

     ตำรับจีนมักจะเสิร์ฟเปลือกส้มคู่กับอาหาร เนื้อสัตว์ เพื่อย่อยอาหารที่มีไขมันสูง บางตำราแนะนำให้เริ่มวันใหม่ด้วยน้ำเลมอน 12 ออนซ์ ผสมกับน้ำกรองแล้วที่อุณหภูมิปกติ จะช่วยชะล้างของเสียในระบบย่อยอาหารและลำไส้ได้ เพราะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ

อารมณ์ดี

     จะทานก็ได้ จะดมก็ดีค่ะ เพราะส้มมีสารโฟเลต ซึ่งจะช่วยให้สมองหลั่งฮอร์โมนซีโรโทนิน อันเป็นสารแห่งความสุข กลิ่นของผลไม้ครอบครัวนี้ก็สามารถทำให้เราเบิกบานได้เช่นกัน ลองแต้มน้ำมันหอมที่สกัดจากผลไม้เหล่านี้บริเวณท้ายทอยจะทำให้รู้สึกสดชื่นแน่นอนค่ะ หรือจะใช้เป็นน้ำมันหอมระเหยวางไว้ในห้องเพื่อความผ่อนคลายก็ได้น่ะค่ะ

ข้อมูลอ้างอิง :
นิตยสาร Lisa ผู้สนับสนุนเนื้อหา
ฉบับ May 23, 2012


ข้อมูลอ้างอิง :

ผลไม้ตระกูลส้ม วิตามินซีที่พบได้ในผักและผล เช่น ส้ม มะเขือเทศ และพริกหวานนั้น สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดต้อกระจก อีกทั้งช่วยในการไหลเวียนเลือดในดวงตา วิตามินซีในส้มยังสามารถช่วยป้องกันโรคหวัดและนอกจากนี้กากของส้มยังช่วยในเรื่องการขับถ่ายอีกด้วย

Orange in eye care.

The family of citrus fruits. Rich in antioxidant compounds. This helps to protect the cornea. Of cataract. The consumption of vitamins E and C intake will help prevent Cataracts as well.

ข้อแนะนำ

ในแต่ละวันควรบริโภคอาหารให้ครบ 5 หมู่ และทานอาหารให้หลากหลาย ไม่รับประทานอาหารซ้ำๆกันทุกวัน เพื่อประโยชน์ต่อร่างกายและมีสุขภาพที่ดี

บทความที่ได้รับความนิยม