แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ CATARACT แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ CATARACT แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

บร็อคโคลี่ อีกหนึ่งคุณประโยชน์ต่อดวงตา Health Benefits of Broccoli

บร็อคโคลี่ อีกหนึ่งคุณประโยชน์ต่อดวงตา
Health Benefits of Broccoli 

ในบร็อคโคลี่มีสารที่เรียกว่า ซัลโฟราเฟน (sulforaphane) ซึ่งเป็นสารป้องกันโรคมะเร็ง บร็อคโคลี่ 1 ถ้วยตวง ให้วิตามินซีมากถึง 13% ของปริมาณวิตามินซีที่เราควรรับประทานต่อวันและบร็อคโคลี่ก็อุดมไปด้วย

เบต้า-แคโรทีน นอกจากจะเป็นแหล่งวิตามินเอที่สำคัญ บร็อคโคลี่ ยังมีธาตุซีลีเนียมที่มีสรรพคุณช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหนังอีกด้วย ดังนั้น การรับประทานบร็อคโคลี่เป็นประจำจะช่วยชะลอผิวพรรณไม่ให้เหี่ยวย่นง่ายดูอ่อนกว่าวัยเป็นหนุ่มสาวอยู่ตลอดเวลา

บร็อคโคลี่ (Broccoli)

- อุดมด้วยวิตามินซี สารแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในร่างกายและยังช่วยให้ผนังเส้นเลือดแข็งแรงอีกด้วย
- ประกอบด้วยสาร glutathione ซึ่งช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดไขข้ออักเสบ เบาหวาน และโรคหัวใจ และนอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ลดระดับคลอเลสเตอรอล และช่วยลดความดันโลหิตสูง
- ช่วยป้องกันมะเร็ง
- ป้องกันการเกิดต้อกระจก เนื่องจากบร็อคโคลี่จะมีสารเบต้าแคโรทีนสูงโดยเฉพาะสาร lutein
- ช่วยให้มองเห็นในที่มืดได้ดี ลดความเสื่อมของเซลล์ของลูกตา ลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจก

เพิ่มบร็อคโคลี่ 1/2 ถ้วย ในมืออาหารของคุณต่อสัปดาห์ ก็จะดีต่อสุขภาพของคุณแล้วค่ะ

ข้อมูลอ้างอิง :

Food to Fitness
Health Benefits of Broccoli – Protects Eye

Broccoli is a source of carotenoids. It is rich in lutein and zeaxanthin. These antioxidants are present in the macula of the eyes and help in preventing age-related macular degeneration.
http://foodtofitness.com/health-benefits-of-broccoli/

ข้อมูลอ้างอิง
LIVESTRONG.COM
Eye Health

Juicing fresh broccoli can help protect your vision. Broccoli has high antioxidant levels, which can help keep your vision clear, as well as lutein, which helps protect against age-related macular degeneration. Combine broccoli and carrot juices for an even more powerful eye tonic.

Read more: http://www.livestrong.com/article/261088-what-are-the-benefits-of-juicing-broccoli/#ixzz2ZBU6aixJ

วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วิธีสังเกตอาการต้อกระจก CATARACT เบื้องต้น How CATARACT preliminary observation.

วิธีสังเกตอาการต้อกระจก CATARACT เบื้องต้น

วันนี้มีวิธีสังเกตอาการต้อกระจก CATARACT เบื้องต้นมาฝากค่ะ หากท่านผู้อ่าน สังเกตการมองเห็นของตัวเองแล้วมีอาการเหล่านี้ ควรจะรีบไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจสภาพตาว่า เป็นต้อกระจกหรือไม่ จะได้รักษา ก่อนที่จะเป็นมากจนมีอาการแทรกซ้อนจนไม่สามารถรักษาได้ทันน่ะค่ะ

ต้อกระจกอาจสังเกตุได้จากอาการเหล่านี้คือ

1.ตามัวลง เห็นภาพพร่ามัวหรือเลือนลาง เนื่องจากเลนส์เป็นฝ้าขุ่นจนสายตาไม่สามารถโฟกัสได้ โดยมากจะค่อยๆ มัวลงทีละน้อย นอกจากอุบัติเหตุหรือโรคบางชนิด อาจมัวได้อย่างรวดเร็ว

2.ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย เพราะสายตาสั้นมากขึ้น คือการมองไกลจะไม่ค่อยชัด และการมองระยะใกล้จะชัดเจนกว่า พบในต้อกระจกบางชนิด

3.มีปัญหาการมองเห็น โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในที่แสงจ้า หรือการมองดวงไฟในเวลากลางคืน

4.ตาข้างหนึ่งอาจเห็นภาพซ้อน ซึ่งเกิดจากแสงที่กระทบเรตินากระจายออกหลายจุด

5.มองเห็นสีต่างๆ เปลี่ยนไปจากเดิม โดยเฉพาะสีเหลือง

6.ปวดตาและมีต้อหินแทรก อาการนี้อันตรายมาก เพราะสายตาจะมัวไปเรื่อย ๆ และแก้ไขให้มองเห็นใหม่ได้ยากหรือบางครั้งไม่ได้เลย

ทั้งนี้ หากสังเกตว่ามีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบจักษุแพทย์ เพื่อตรวจสภาพตาโดยละเอียด เพื่อรับการรักษาได้ทันเวลาและเหมาะสมที่สุด


Trick & Tip : สารอาหารต้านภัยจากโรคตา

สำหรับเรื่องของสารอาหารนั้น พบว่าสารอาหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของตา มีหลายชนิดด้วยกัน คือ

- ธาตุสังกะสี ธาตุสังกะสีมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและการแบ่งเซลล์ การคงสภาพของผนังเซลล์ การมองเห็นในที่มืด การรับรส และระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
- วิตามินเอ อาการทางตาของการขาดวิตามินเอ เริ่มจากอาการตาบอดกลางคืนในระยะแรก และมีเยื่อบุตาขาวแห้ง เนื่องจากการสร้างเมือก และน้ำตาตามเยื่อบุต่างๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
- วิตามินอี ทำหน้าที่เป็น สารแอนติออกซิแดนต์
- วิตามินซี มีคุณสมบัติเป็น แอนติออกซิแดนต์เช่นเดียวกับวิตามินอี ซึ่งช่วยป้องกันต้อกระจกได้

สิ่งเหล่านี้มิใช่เรื่องของการป้องกัน แต่เราควรจะทำกันให้เป็นนิสัย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และครบถ้วน ก่อนที่จะสายเกินแก้


ขอบคุณข้อมูลเรื่องสารอาหารจาก :
www.cheewajit.com ฉบับที่ 116
http://www.yourhealthyguide.com/article/as-glaucoma-care.html

ข้อมูลอ้างอิง :

ต้อกระจก CATARACT  โดยปกติจะเกิดขึ้นในบุคคลทีมีอายุ 55-60 ขึ้นไป สาเหตุเกิดจากการเสื่อมสภาพของเลนส์แก้วตา ทำให้เลนส์ตาซึ่งปกติแล้วจะมีลักษณะโปร่งใส่เหมือนกระจก กลายเป็นสีขาวขุ่น ส่งผลให้แสงผ่านเข้าไปยังจอประสาทตาได้น้อยลง ทำให้เกิดอาการตาฟางหรือมืดมัว มองเห็นภาพไม่ชัด

ข้อแนะนำ

ในแต่ละวันควรบริโภคอาหารให้ครบ 5 หมู่ และทานอาหารให้หลากหลาย ไม่รับประทานอาหารซ้ำๆกันทุกวัน เพื่อประโยชน์ต่อร่างกายและมีสุขภาพที่ดี

บทความที่ได้รับความนิยม